ดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับคุณและครอบครัว

การดูแลรักษาฟันและสุขภาพช่องปาก

การแปรงฟัน เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีในแต่ละช่วงวัย.

สุขภาพช่องปาก วัยเด็ก

การแปรงฟัน เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีในแต่ละช่วงวัย

วัยเด็ก : เริ่มหัดแปรงฟันตั้งแต่ฟันซี่แรก โดยเริ่มจากการใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดเบาๆที่ฟัน และค่อยๆ ขยับไปใช้แปรง
ขนาดเล็กสำหรับฟันน้ำนม ควรเลือกแปรงขนอ่อนนุ่ม ผู้ปกครองควรดูแลแปรงฟันซ้ำให้เด็กจนเด็กอายุ 7 ปี จึงปล่อย
ให้แปรงเองได้ และควรให้เด็กมีประสบการณ์ที่สนุกสนานในการแปรงฟัน

เด็กปฐมวัยเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดในชีวิต จึงควรได้รับการเลี้ยงดูให้การเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เด็กมีสุขอนามัยที่
สมบูรณ์ และมีพัฒนาตามวัย โรคฟันน้ำนมผุในเด็กเล็กนับเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างหนึ่งและก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งด้าน
สุขภาพอนามัยของเด็ก และค่าใช้จ่ายสูงเพื่อการรักษา

สาเหตุของฟันน้ำนมผุ
1.ระยะก่อนคลอด ได้แก่มารดาขาดอาหาร เนื่องจากรับประทานอาหารไม่ครบถ้วนขณะตั้งครรภ์ เพราะมีความเชื่อผิดๆ
เรื่องอาหารแสลง หากรับประทานอาหารไม่ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ ทำให้การสร้างหน่อฟันน้ำนมไม่สมบูรณ์ และการ
สร้างต่อมน้ำลายไม่สมบูรณ์ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ฟันผุได้ง่าย

2.ระยะหลังคลอด ได้แก่ การให้นมไม่ถูกวิธี ใช้นมผสมนมข้นหวานให้ลูกกิน ให้ลูกหลับโดยมีขวดนมค้างในปาก ให้นมไม่เป็นมื้อไม่เป็นเวลา ผสมน้ำตาลลงในนม เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุของการเกิดฟันผุ
การให้อาหารที่ไม่ถูกวิธี ให้อาหารหวานขนมหวานแป้งน้ำตาลเหนียวติดฟัน ลูกอม ลูกกวาด ทอฟฟี่ น้ำอัดลม ละเลยการทำความสะอาด ผู้ปกครองยังขาดความรู้เรื่องวิธีการทำความสะอาดฟัน และการแปรงฟัน

3.พ่อแม่คนเลี้ยงดูเป็นโรคฟันผุ ถึงแม้โรคฟันผุจะมาใช่โรคทางกรรมพันธุ์ แต่ถ้าพ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูมีฟันผุ มีเชื้อจุลินทรีย์ในปากก็อาจถ่ายทอดไปยังลูกได้ ผู้ใกล้ชิดเด็กไม่ควรใช้ปากเป่าอาหาร
หรือเคี้ยวอาหารป้อนเด็ก ไม่ใช้จาน ช้อน แก้วน้ำร่วมกับเด็ก เพราะเด็กปฐมวัยที่มีเชื้อมิวแทนส์สเตรปโตคอดไคในช่องปากมาก จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นฟันผุมากขึ้น

4.ทัศนคติต่อฟันน้ำนมของผู้เลี้ยงดู ส่วนใหญ่มักไม่เห็นความสำคัญของฟันน้ำนมเพราะถือว่า เป็นฟันที่ใช้งานชั่วคราว อีกไม่นานก็หลุด และมีฟันถาวรขึ้นมาแทนที่ ทำให้ละเลยไม่สนใจดูแลฟันน้ำนม

BANNER3

สุขภาพช่องปาก วัยหนุ่มสาว

วัยรุ่น-วัยผู้ใหญ่ : เหงือกยังอยู่ในสภาพปกติ ให้แปรงฟันตามวิธีปกติ เอียงขนแปรง 45 องศาเข้าหาฟัน
สำหรับฟันบน ขยับขนแปรงอยู่กับที่ แล้วจึงปัดลง สำหรับฟันล่าง ขยับขนแปรงอยู่กับที่ แล้วจึงปัดขึ้น และแปรง
ด้านที่บดเคี้ยวด้วย จากนั้นใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟัน หรือใช้ เครื่องทำความสะอาดฟัน เพื่อทำความสะอาด
ได้ทั่วถึงทุกซอกทุกมุมในช่องปาก

วัยรุ่น
เป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายและจิตใจ ในช่องปากมีฟันแท้ขึ้นครบ ยกเว้นฟันคุด และการสบฟันจะถาวรคงที่
รวมทั้งใบหน้าและขากรรไกรเจริญเต็มที่ จากการศึกษาพบว่า ในวัยรุ่นมักพบฟันผุและโรคปริทันต์เพิ่มมากขึ้น
อย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากวัยนี้เป็นตัวของตัวเองมากขึ้นในการดูแลรักษาสุขภาพในช่องปาก บิดามารดาและครู
มักมีบทบาทน้อยลง ทำให้วินัยในการทำความสะอาดช่องปากลดลง รวมทั้งวัยนี้ยังเปลี่ยนอุปนิสัยเป็นกินจุบจิบมากขึ้น
และมักกินอาหารที่มีผลต่อฟันผุได้ เช่น น้ำอัดลม, ขนมกรอบบรรจุถุง, ลูกอม, ช็อกโกแลตและขนมหวานจำพวกแป้ง
และน้ำตาล เช่น คุกกี้ เค้ก เป็นต้น นอกจากนี้การไปพบทันตแพทย์มักลดน้อยลงด้วย

วัยรุ่นเป็นวัยที่สำคัญมากในการเกิดโรคปริทันต์ ในช่องปาก อาจพบมีอาการของเหงือกอักเสบ ซึ่งเกิดจาก
ผลของการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนส่วนหนึ่ง และการไม่ดูแลรักษาอนามัยในช่องปากเป็นอย่างดีอีกประการหนึ่ง ทำให้อาการเหงือกอักเสบเกิดอาการรุนแรงขึ้นและมัดลุกลามต่อเป็นโรคปริทันต์ ทำให้
เนื้อเยื่อปริทันต์ถูกทำลายไป โดยเฉพาะกระดูกที่รองรอบรากฟัน และหลังการรักษาแล้วก็จะไม่กลับสู่สภาพเดิมที่สมบูรณ์ได้อีก บางคนมีความผิดปกติของโครงสร้างใบหน้าและขากรรไกร ต้องได้รับการดัดฟัน
เพื่อแก้ไขความผิดปกติ ซึ่งการใส่เครื่องมือทำให้อาการของโรคเหงือกรุนแรงขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นในวัยนี้หากปล่อยทิ้งไว้มักมีผลลุกลามและรุนแรงขึ้นในวัยผู้ใหญ่

การไปพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน เพื่อตรวจและทำความสะอาดในช่องปาก โดยการขูดหินปูนและขัดฟัน เป็นสิ่งจำเป็นที่ควรกระทำอย่างยิ่ง เพราะจะได้ตรวจผลการดูแลรักษาความสะอาดของผู้ป่วยด้วยว่า
มีสิ่งที่ควรแก้ไขอย่างไรบ้าง ไม่ควรรอให้เจ็บปวดหรือมีอาการผิดปกติแล้วจึงมาพบทันตแพทย์ ซึ่งแสดงว่าอาการของโรคอยู่ในขั้นรุนแรง และอาจสายเกินไปกว่าที่จะรักษาได้ จึงต้องถอนฟันซี่นั้นไปอย่าง
น่าเสียดาย ถ้ามีการถอนฟันไปต้องใส่ฟันปลอมทดแทนฟันซี่นั้น เพื่อป้องกันการล้มเอียงของฟันซี่ข้างเคียง หรือการงอกยาวลงมาของฟันคู่สบ ซึ่งมีผลต่อระบบการบดเคี้ยว
 

BANNER3
 
วัยผู้ใหญ่
ถ้าบุคคลนั้นได้รับการดูแลรักษาสุขภาพอนามัยในช่องปากด้วยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องมาตั้งแต่เด็ก ก็จะไม่เป็นการยากนักสำหรับวัยนี้ ในวัยผู้ใหญ่ควรได้รับการตรวจฟัน
อย่างสม่ำเสมอปีละครั้งหรือ 6 เดือนครั้งอย่างสม่ำเสมอไปตลอดชีวิต ถึงแม้จะไม่มีอาการใด ๆ ก็ควรได้รับการขูดหินปูน และทำความสะอาดในช่องปากอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกัน
การเกิดโรคปริทันต์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพในช่องปากของแต่ละบุคคล นอกจากนี้ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีพฤติกรรมเสี่ยง (เช่น ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ผู้ที่สูบบุหรี่ ผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกันเป็นต้น) ต้องได้รับ
การดูแลอย่างพิเศษแตกต่างไปตามแต่ละบุคคล

ในวัยผู้ใหญ่ส่วนใหญ่มักพบปัญหาเกี่ยวกับระบบการบดเคี้ยว ซึ่งมีสาเหตุมาจากการถอนฟันถาวรแล้วไม่ได้ใส่ฟันทดแทน ทำให้มีการเคลื่อนตัวของฟันข้างเคียงเข้ามาในช่องว่างที่ถูกถอนไป
การนอนกัดฟัน การขบกัดฟันเมื่อยามเครียด และจากการสบฟันที่ผิดปกติ เช่น ฟันเกแล้วไม่ได้รับการแก้ไขในวัยเด็กนอกจากนี้อุปนิสัยที่ไม่ควรกระทำ (เช่น การกัดด้ามแว่น การกัดปากกาเล่น การใช้ฟัน
กัดหรือคาบสิ่งของแทนมือ การใช้ฟันเปิดฝาขวดน้ำอัดลม เป็นต้น) พฤติกรรมเหล่านี้มีผลทำให้ฟันสึกและแตกบิ่นได้ และบางครั้งทำให้มีการเจ็บปวดขากรรไกรและข้อต่อของขากรรไกร ในรายที่ใส่ฟันปลอม
ควรมาตรวจสภาพของฟันปลอมเป็นระยะ ๆ ว่ายังใช้งานได้ดีหรือไม่ มีส่วนใดที่เป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อในช่องปากหรือไม่ และมีการทำความสะอาดได้ดีหรือไม่

BANNER3

สุขภาพช่องปาก ผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุ :โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีอาการเหงือกร่น ควรดูแลเป็นพิเศษ นอกจากแปรงฟันแล้ว ยังต้องดูแลความสะอาด
ด้านซอกฟัน หากใช้ไหมขัดฟันควรระวังเรื่องเลือดออก หรือใช้ เครื่องพ่นน้ำทำความสะอาดฟัน เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะ
ช่วยลดอาการบาดเจ็บ และทำให้ฟันสะอาดถึงซอกฟันและร่องเหงือก แรงดันน้ำจากเครื่องทำความสะอาดฟันยังสามารถ
นวดเหงือก ทำให้เหงือกแข็งแรงขึ้น

โรคในช่องปากที่สำคัญที่พบในผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่
เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ความเครียด การสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ การดูแลสุขภาพอนามัย
หากเกิดการติดเชื้อในช่องปากจะทำให้เกิดการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ โดยเฉพาะในกลุ่มที่
มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ และหลอดเลือดสูง จะพบการอักเสบของสภาวะปริทันต์มากกว่าปกติ ขณะที่ผู้ป่วยเป็นเบาหวาน
จะมีโรคปริทันต์รุนแรงกว่า การติดเชื้อในช่องปาก ยังนำไปสู่สาเหตุการตายด้วยปอดอักเสบ จากการสำลัก
(Aspirating Pneumonia) ในกลุ่มผู้สูงอายุที่สำลักได้ง่ายอีกด้วย

ทพ.สุธา เจียรมณีโชติชัย รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขกล่าวถึง ปัญหาสุขภาพปากและฟัน
ในสังคมผู้สูงอายุว่า อยากให้คนไทยตระหนักและเห็นความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค
เนื่องจากช่องปาก มีเส้นเลือดตามเหงือกหรือขากรรไกร ฟันทุกซี่ ในโพรงประสาทฟันจะมีเส้นเลือดและ เส้นประสาทเข้าไปตามรากฟัน เมื่ออักเสบ จะทำให้มีเชื้อโรค ซึ่งเชื้อโรคอาจจะหลุดเข้าไปในเส้นเลือด
แล้วนำไปสู่การติดเชื้อ เช่น ที่ลิ้นหัวใจทำให้เกิดลิ้นหัวใจอักเสบ ที่หลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดหนาขึ้นเมื่อหนามากขึ้นก็จะตีบ ในที่สุด นอกจากนี้ หากเชื้อ หลุดแล้ววิ่งไปที่สมอง ก็จะทำให้หลอดเลือดสมองตีบ
และทำให้เป็นอัมพาตได้ในที่สุด

BANNER3

สุขภาพช่องปาก สตรีตั้งครรภ์

สตรีมีครรภ์ : การดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับสตรีมีครรภ์ บางคนอาจมีอาการเหงือกอักเสบ เนื่องจากมีการ
เปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ควรใช้แปรงสีฟันขนอ่อน เพื่อไม่ให้ถูกเหงือกจนเป็นแผล และควรพบทันตแพทย์ตรวจฟันเป็นระยะๆ

เหงือกอักเสบในหญิงตั้งครรภ์ :เนื่องจากระดับฮอร์โมนในร่างกายที่เปลี่ยนแปลงทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไวต่อ
สิ่งระคายเคืองเฉพาะที่ ได้แก่ คราบจุลินทรีย์ และหินน้ำลาย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดเหงือกอักเสบ ฮอร์โมนมีผล
ในการเพิ่มปฏิกิริยาของขบวนการอักเสบ เกิดการบวมและคั่งของของเหลวที่เหงือก พบบ่อยบริเวณเหงือกที่อยู่ระหว่าง
ซี่ฟัน มีเลือดออกง่าย และบางรายเป็นอุปสรรคในการเคี้ยวอาหาร

ฟันผุลุกลามในหญิงตั้งครรภ์ : การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในร่างกาย มีผลทำให้คลื่นไส้อาเจียน แพ้ท้อง
เกิดอาการเบื่ออาหาร หรือรับประทานอาหารพร่ำเพรื่อ รับประทานอาหารรสจัด หรืออาหารหมักดอง
หากไม่สามารถดูแลรักษาอนามัยในช่องปากได้อย่างเหมาะสม จะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากรุนแรงขึ้นตามมา

หลังอาเจียนจะมีเศษอาหารตกค้างในปาก : การละเลยการทำความสะอาดช่องปาก จึงพบว่าหญิงตั้งครรภ์
มักจะมีปัญหาฟันผุตามมา จนมีความเชื่อว่า หญิงตั้งครรภ์ฟันผุง่ายเพราะลูกในครรภ์ดึงแคลเซียมไปจากฟันแม่
และมีลูก 1 คนจะเสียฟัน 1 ซี่ นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อว่าไม่ควรรักษาทางทันตกรรมระหว่างตั้งครรภ์อีกด้วย เพื่อรับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพช่องปากระหว่างตั้งครรภ์ และในกรณีที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา
ทันตแพทย์สามารถวางแผนให้การรักษาได้เหมาะสม โดยในช่วงตั้งครรภ์ 4-6 เดือน สามารถทำฟันได้อย่างปลอดภัย นอกเหนือจากช่วงเวลาดังกล่าวแล้ว การทำฟันก็ยังสามารถทำได้ในกรณีฉุกเฉิน
โดยการปรึกษาร่วมร่วมกันระหว่างทันตแพทย์กับสูตินารีแพทย์

 

BBetterCare to share...Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on TwitterPin on Pinterest0