ดูแลช่องปากสำหรับวัยรุ่น-วัยผู้ใหญ่

ดูแลสุขภาพช่องปากวัยรุ่น-วัยผู้ใหญ่
 

วัยรุ่น-วัยผู้ใหญ่ : เหงือกยังอยู่ในสภาพปกติ ให้แปรงฟันตามวิธีปกติ เอียงขนแปรง 45 องศาเข้าหาฟัน
สำหรับฟันบน ขยับขนแปรงอยู่กับที่ แล้วจึงปัดลง สำหรับฟันล่าง ขยับขนแปรงอยู่กับที่ แล้วจึงปัดขึ้น และแปรง
ด้านที่บดเคี้ยวด้วย จากนั้นใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟัน หรือใช้ เครื่องทำความสะอาดฟัน เพื่อทำความสะอาด
ได้ทั่วถึงทุกซอกทุกมุมในช่องปาก

ฮอร์โมนวัยรุ่น โรคปริทันต์2

 
วัยรุ่น
เป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายและจิตใจ ในช่องปากมีฟันแท้ขึ้นครบ ยกเว้นฟันคุด และการสบฟันจะถาวรคงที่ รวมทั้งใบหน้าและขากรรไกรเจริญเต็มที่ จากการศึกษาพบว่า
ในวัยรุ่นมักพบฟันผุและโรคปริทันต์เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากวัยนี้เป็นตัวของตัวเองมากขึ้นในการดูแลรักษาสุขภาพในช่องปาก บิดามารดาและครู มักมีบทบาทน้อยลง
ทำให้วินัยในการทำความสะอาดช่องปากลดลง รวมทั้งวัยนี้ยังเปลี่ยนอุปนิสัยเป็นกินจุบจิบมากขึ้น และมักกินอาหารที่มีผลต่อฟันผุได้ เช่น น้ำอัดลม, ขนมกรอบบรรจุถุง, ลูกอม,
ช็อกโกแลตและขนมหวานจำพวกแป้ง และน้ำตาล เช่น คุกกี้ เค้ก เป็นต้น นอกจากนี้การไปพบทันตแพทย์มักลดน้อยลงด้วย

วัยรุ่นเป็นวัยที่สำคัญมากในการเกิดโรคปริทันต์ ในช่องปาก อาจพบมีอาการของเหงือกอักเสบ ซึ่งเกิดจากผลของการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนส่วนหนึ่ง และการไม่ดูแลรักษา
อนามัยในช่องปากเป็นอย่างดีอีกประการหนึ่ง ทำให้อาการเหงือกอักเสบเกิดอาการรุนแรงขึ้นและมัดลุกลามต่อเป็นโรคปริทันต์ ทำให้เนื้อเยื่อปริทันต์ถูกทำลายไป โดยเฉพาะกระดูกที่รอง
รอบรากฟัน และหลังการรักษาแล้วก็จะไม่กลับสู่สภาพเดิมที่สมบูรณ์ได้อีก บางคนมีความผิดปกติของโครงสร้างใบหน้าและขากรรไกร ต้องได้รับการดัดฟัน เพื่อแก้ไขความผิดปกติ
ซึ่งการใส่เครื่องมือทำให้อาการของโรคเหงือกรุนแรงขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นในวัยนี้หากปล่อยทิ้งไว้มักมีผลลุกลามและรุนแรงขึ้นในวัยผู้ใหญ่

การไปพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน เพื่อตรวจและทำความสะอาดในช่องปาก โดยการขูดหินปูนและขัดฟัน เป็นสิ่งจำเป็นที่ควรกระทำอย่างยิ่ง เพราะจะได้ตรวจผลการดูแลรักษาความสะอาด
ของผู้ป่วยด้วยว่ามีสิ่งที่ควรแก้ไขอย่างไรบ้าง ไม่ควรรอให้เจ็บปวดหรือมีอาการผิดปกติแล้วจึงมาพบทันตแพทย์ ซึ่งแสดงว่าอาการของโรคอยู่ในขั้นรุนแรง และอาจสายเกินไปกว่าที่จะรักษาได้
จึงต้องถอนฟันซี่นั้นไปอย่างน่าเสียดาย ถ้ามีการถอนฟันไปต้องใส่ฟันปลอมทดแทนฟันซี่นั้น เพื่อป้องกันการล้มเอียงของฟันซี่ข้างเคียง หรือการงอกยาวลงมาของฟันคู่สบ ซึ่งมีผลต่อระบบการบดเคี้ยว

วัยผู้ใหญ่ การบดเคี้ยว
 
วัยผู้ใหญ่
ถ้าบุคคลนั้นได้รับการดูแลรักษาสุขภาพอนามัยในช่องปาก ด้วยการแปรงฟัน และใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องมาตั้งแต่เด็ก ก็จะไม่เป็นการยากนักสำหรับวัยนี้ ในวัยผู้ใหญ่ควรได้รับการตรวจฟัน
อย่างสม่ำเสมอปีละครั้งหรือ 6 เดือนครั้งอย่างสม่ำเสมอไปตลอดชีวิต ถึงแม้จะไม่มีอาการใด ๆ ก็ควรได้รับการขูดหินปูน และทำความสะอาดในช่องปากอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกัน
การเกิดโรคปริทันต์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพในช่องปากของแต่ละบุคคล นอกจากนี้ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีพฤติกรรมเสี่ยง (เช่น ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ผู้ที่สูบบุหรี่ ผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกันเป็นต้น) ต้องได้รับ
การดูแลอย่างพิเศษแตกต่างไปตามแต่ละบุคคล

ในวัยผู้ใหญ่ส่วนใหญ่มักพบปัญหาเกี่ยวกับระบบการบดเคี้ยว ซึ่งมีสาเหตุมาจากการถอนฟันถาวรแล้วไม่ได้ใส่ฟันทดแทน ทำให้มีการเคลื่อนตัวของฟันข้างเคียงเข้ามาในช่องว่างที่ถูกถอนไป
การนอนกัดฟัน การขบกัดฟันเมื่อยามเครียด และจากการสบฟันที่ผิดปกติ เช่น ฟันเกแล้วไม่ได้รับการแก้ไขในวัยเด็กนอกจากนี้อุปนิสัยที่ไม่ควรกระทำ (เช่น การกัดด้ามแว่น การกัดปากกาเล่น การใช้ฟัน
กัดหรือคาบสิ่งของแทนมือ การใช้ฟันเปิดฝาขวดน้ำอัดลม เป็นต้น) พฤติกรรมเหล่านี้มีผลทำให้ฟันสึกและแตกบิ่นได้ และบางครั้งทำให้มีการเจ็บปวดขากรรไกรและข้อต่อของขากรรไกร ในรายที่ใส่ฟันปลอม
ควรมาตรวจสภาพของฟันปลอมเป็นระยะ ๆ ว่ายังใช้งานได้ดีหรือไม่ มีส่วนใดที่เป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อในช่องปากหรือไม่ และมีการทำความสะอาดได้ดีหรือไม่

 
 
 

BBetterCare to share...Share on Facebook3Share on Google+0Tweet about this on TwitterPin on Pinterest0