ทันตแพทย์เตือนใช้เบคกิ้งโซดา – น้ำมะนาวขัดฟันอันตราย

เบคกิ้งโซดา-น้ำมะนาวขัดฟันอันตราย

 
โซเชียลแชร์สนั่น ใช้น้ำมะนาวผสมเบกกิงโซดาฟอกฟันขาว หมอฟันเตือนทำฟันกร่อน เหงือกอักเสบ
เหตุกรดน้ำมะนาวละลายแคลเซียมฟัน ส่วนเบกกิงโซดาช่วยฟันขาวขึ้นจริง แต่ห้ามใช้บ่อย คนจัดฟันเสี่ยงเหล็กหลุด ย้ำควรให้หมอฟันตรวจช่องปากก่อน
เบคกิ้งโซดาขัดฟันอันตราย1
ทพ.สุธา เจียรมณีโชติชัย รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงกรณีสังคมออนไลน์มีการส่งต่อข้อมูลการทำฟันขาวด้วยมะนาวผสมเบกกิงโซดา หรือโซเดียมไบคาร์บอเนต ว่า คำแนะนำดังกล่าว เป็นคำแนะนำที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากน้ำมะนาวมีความเป็นกรดสูงจะละลายแคลเซียมออกจากผิวฟัน ทำให้ฟันกร่อน และกรดจากมะนาวยังระคายเคืองเหงือกอาจทำให้เหงือกอักเสบได้ เมื่อเคลือบฟันกร่อนทำให้มีอาการเสียวฟันตามมา และการที่เคลือบฟันถูกทำลายจะเพิ่มโอกาสเกิดฟันผุได้ง่ายอีกด้วย ส่วนเบคกิงโซดาเป็นสารที่มีความสามารถในการทำความสะอาด จึงสามารถกำจัดคราบต่างๆ ที่ติดบนผิวฟัน รวมถึงคราบสีจากการดื่มน้ำชา กาแฟ จึงทำให้ฟันขาวสะอาดขึ้น แต่ไม่สามารถทำให้ฟันขาวจากเนื้อฟันข้างในได้ และมีข้อควรระวังในการใช้ ควรหลีกเลี่ยงในผู้ที่มีเหงือกอักเสบและเสียวฟันอยู่แล้ว ควรให้ทันตแพทย์ตรวจสภาพในช่องปากก่อน

 
เบคกิ้งโซดาขัดฟันอันตราย2นอกจากนี้ ยังห้ามใช้เบคกิงโซดาเป็นประจำต่อเนื่อง จะมีโอกาสทำให้ฟันกร่อนได้เช่นกัน และเป็นข้อห้ามสำหรับผู้ที่ติดเครื่องมือจัดฟัน เบคกิงโซดาจะทำให้กาวยึดเครื่องมือจัดฟันอ่อนตัวและหลุดได้

 
ทพ.สุธา กล่าวว่า การที่ฟันเปลี่ยนสีเกิดได้จาก 2 สาเหตุ คือ
1. จากคราบสีที่ติดบนผิวนอกของตัวฟัน เช่น คราบชา กาแฟ
2. ฟันเปลี่ยนสีที่มาจากภายในตัวฟันหรือเนื้อฟัน เช่น ฟันที่ถูกกระแทก ฟันที่ผ่านการรักษารากฟันแล้ว

ทำให้บางคนขาดความมั่นใจในรอยยิ้มของตนเอง และต้องการฟอกฟันให้ขาว ซึ่งปัจจุบันผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟันด้วยตนเอง มีการโฆษณาจำหน่ายอย่างแพร่หลาย
ทางสื่อออนไลน์ต่างๆ และประชาชนสามารถหาซื้อใช้เองได้ง่าย โดยผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟันที่มีปริมาณไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์มากกว่าร้อยละ 6 หรือ
มีคาร์บาไมด์เพอร์ออกไซด์ (CP) มากกว่าร้อยละ 18 จัดเป็นเครื่องมือแพทย์ ต้องใช้โดยทันตแพทย์เท่านั้น ไม่สามารถจำหน่ายให้ผู้บริโภคโดยตรงได้
เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคได้รับอันตรายต่อเหงือก ฟัน ช่องปาก รวมถึงทางเดินอาหาร ในกรณีที่มีการกลืนผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ซึ่งผู้จำหน่ายจะมีความผิดตามกฎหมาย

“ทั้งนี้ ประชาชนสามารถมีรอยยิ้มที่ขาวสะอาดได้ ด้วยแปรงฟันให้สะอาดตามสูตรแปรงฟัน 222 ของกรมอนามัย
คือแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ให้ยาสีฟันสัมผัสฟันนาน 2 นาที และ งดขนมหวาน น้ำอัดลม หลังแปรงฟันอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
ก็จะมีฟันที่ขาวสะอาดอย่างเป็นธรรมชาติ ในกรณีที่ฟันเปลี่ยนสีจากเนื้อฟันด้านใน ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อการแก้ไขที่ได้ผลแน่นอนและปลอดภัย”
รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว

ที่มา : http://www.manager.co.th/
บทความที่เกี่ยวข้อง
.
จะทำอย่างไรให้ฟันขาว

ทางเลือกของการฟอกฟันขาว

 

bWHITE DIY : เจลทำฟันขาว Professional grade Made in USA ผลิตมาเพื่อ End User ปลอดภัย ได้รับการรับรองจาก อย.

 

BBetterCare to share...Share on Facebook3Share on Google+0Tweet about this on TwitterPin on Pinterest0