ปอดเป็นหนองจากแบคทีเรียในช่องปาก

ปอดเป็นหนองจากแบคทีเรียในช่องปาก

จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าว นายชูลักษณ์ กุลสุวรรณ อายุ 42ปี สามีของ นางนพขวัญ นาคนวล ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 มีอาการไข้สูง แน่นหน้าอกหายใจไม่ออก เจ็บซี่โครงด้านซ้าย และไอ ผลการวินิจฉัยปรากฏว่า มีภาวะปอดอักเสบ ติดเชื้อ น้ำท่วมปอด มีหนองจำนวนมากอยู่ในปอด จนท้ายที่สุดแพทย์จากสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ทำการผ่าตัดใหญ่เอาหนองออกมาได้กว่า 200ซีซี โดยคาดว่าสาเหตุของการเจ็บป่วยในครั้งนี้น่าจะมาจาก “เชื้อแบคทีเรีย” ในช่องปากนั่นเอง

ผศ. (พิเศษ) ทันตแพทย์ไพศาล กังวลกิจ ประธานราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย อธิบายว่า
แบคทีเรียในช่องปากของคนเราแบ่งเป็น 3กลุ่มใหญ่ คือ
1. แอโรบิค แบคทีเรีย (aerobic bacte-ria) แบคทีเรียชนิดนี้เจริญเติบโตโดยอาศัยออกซิเจน
2. แอนแอโรบิค แบคทีเรีย (anaerobic bacteria) ไม่อาศัยออกซิเจน และ
3. แฟคคัลเตทีพ แบคทีเรีย (facultative bacteria) อยู่ได้ทั้งที่มีออกซิเจนและไม่มีออกซิเจน

กรณีของคนไข้รายนี้เข้าใจว่าสำลักลงปอด โดยเชื้อที่จะไปปอดนั้นไปได้ 3 ทางคือ
1. ไปตามช่องพังผืดที่ติดต่อระหว่างช่องปากไปคอไปปอด
2. สำลักเข้าไป และ
3. ไปตามเส้นเลือด โดยมีการติดเชื้อในกระแสเลือดซึ่งพบได้น้อย ที่เราเจอได้คือจากปากไปคอไปปอด แต่คนไข้รายนี้คงไม่ใช่เพราะไม่มีอาการเจ็บคอ คือ จากปากไปปอดเลยมันต้องผ่านคอ ถ้ากลืนไม่เจ็บคอ คอปกติ ไม่แข็ง คงไม่ใช่ กรณีนี้มีประวัติว่าสำลักก็อาจจะเป็นไปได้ว่าสำลักเอาน้ำลาย และเชื้อโรคในช่องปากเข้าไปในปอดเลย ทั้งนี้หากคนไข้เป็นโรคเบาหวานด้วย จะทำให้ติดเชื้อได้ง่าย พอติดเชื้อจะติดเชื้อรุนแรง

กรณีของคนไข้รายนี้มีการย้อมสีแล้วเห็นเชื้อเป็นแกรมบวกหรือแกรมลบแต่เวลาไปเพาะเชื้อมันไม่ขึ้น อย่าง “แอนแอโรบิค แบคทีเรีย” โดนออกซิเจนไม่ได้ถ้าโดนมันจะตาย ตาม รพ.ทั่วไปการเพาะเชื้อจะเป็นการเพาะเชื้อที่อาศัยออกซิเจน คือ “แอโรบิค แบคทีเรีย” เพราะการเพาะเชื้อที่ไม่อาศัยออกซิเจนมีวิธีการเก็บเชื้อเฉพาะที่ยุ่งยากและเพาะเชื้อยากมาก ดังนั้นโดยทั่วไปจึงเพาะแต่ “แอโรบิค แบคทีเรีย” พอเพาะเชื้อไม่ขึ้นแต่เราเห็นตัวเชื้อจากการย้อมสี ก็สันนิษฐานว่าน่าจะเป็น “แอนแอโรบิค แบคทีเรีย” ที่ไม่อาศัยออกซิเจน ซึ่งเชื้อพวกนี้อาการมักจะรุนแรง

ฟันผุ เหงือกอักเสบ ดูแลสุขอนามัยช่องปากไม่ดี

 
ผู้อ่านไม่ต้องตกใจเพราะแบคทีเรียมีในช่องปากทุกคนอยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือควรพยายามดูแลสุขภาพอนามัยช่องปากให้ดี ด้วยการแปรงฟัน ดูแลสุขภาพฟัน พบทันตแพทย์ ขูดหินปูน ดูเรื่องความสะอาด ฟันผุ โรคเหงือก ซึ่งเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค เพราะถึงจะสำลักน้ำลายโอกาสติดเชื้อจะน้อยลง แต่ถ้าอนามัยในช่องปากไม่ดีเชื้อโรคก็แพร่กระจายไปที่อื่นได้
ช่องปากของคนเราจะเป็นบริเวณที่มีเชื้อโรคเยอะ และหลากหลายมาก ดังนั้นเชื้อโรคในช่องปากสามารถทำให้เกิดโรคที่อื่นๆ ได้ด้วย เช่น เวลารับประทานอาหารเข้าไปแล้วดูแลสุขภาพในช่องปากไม่ดี เชื้อแบคทีเรียก็จะได้อาหารที่ตกค้างอยู่ในช่องปากเจริญเติบโต ทำให้ฟันผุ เหงือกอักเสบ เมื่อมีโรคในช่องปากแล้ว พอเข้าสู่เส้นเลือดก็จะกระจายไปในที่อื่นๆ ได้ด้วย

ชื้อแบคทีเรีย 3 กลุ่มนี้ถ้าเข้ากระแสเลือดมันไปได้หมด เช่น ขึ้นสมองก็ได้ โดยอาการจะเริ่มด้วยปวดหัวอย่างรุนแรง อาจมีอาการเกร็งและชัก หมดสติ ไข้สูง ลงไปที่ปอดก็ได้เช่นกรณีคนไข้รายนี้ อาการคือจะเหนื่อยหอบ หายใจลำบาก ไข้สูง แน่นหน้าอก ไปที่ไตก็ทำให้ไตอักเสบ ไม่ทำงาน ปัสสาวะออกน้อยลงหรือไปที่หัวใจก็ได้ ดังนั้นคนทั่วไปที่ใส่พวกวัสดุอุปกรณ์และอวัยวะเทียม เช่น ข้อเข่าเทียม ข้อตะโพกเทียม ต้องดูแลอนามัยช่องปากให้ดี เนื่องจากเวลาเกิดเหงือกอักเสบ ฟันผุ มันซ่อนอยู่ในปากซึ่งเรามองไม่เห็น ถ้าเชื้อโรคไปตามกระแสเลือดบริเวณข้อเทียมไม่มีเม็ดเลือดขาวมาฆ่าเชื้อโรคก็จะทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อทันที

ผู้ป่วยที่มีฟันผุร่วมด้วยเป็นไปได้หรือไม่ที่เชื้อแบคทีเรียจะผ่านเข้าสู่ปอดทางฟันผุ ?
ผศ.(พิเศษ) ทันตแพทย์ไพศาล กล่าวว่า คิดว่าคงไม่ใช่เพราะฟันผุจะมีอาการติดเชื้อจากฟันไปโพรงประสาทฟันเข้าไปที่ปลายรากฟัน ไปที่กระดูก จะมีการติดเชื้อบวมให้เราเห็น ก่อนเชื้อโรคจะเข้าไปในช่องพังผืดไปที่คอและลงปอดคนไข้จะต้องมีอาการเจ็บคอ หน้าบวม คางบวม

มีการตั้งข้อสังเกตว่าฟันผุแล้วดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะยิ่งทำให้ติดเชื้อได้ง่าย ?
ผศ.(พิเศษ) ทันตแพทย์ไพศาล กล่าวว่า ดื่มเหล้าอาจจะไม่เกี่ยวทางตรงสักเท่าไหร่ อาจจะเกี่ยวในทางอ้อมคือ คนที่ดื่มเหล้าอาจจะไม่ใส่ใจอนามัยช่องปากแล้วเวลาเมาก็อาจจะมีโอกาสสำลักได้

ด้าน นางนพขวัญ นาคนวล หรือ “จุ๋ม” เล่าว่า ก่อนไปโรงพยาบาล สามีมีอาการแน่นหน้าอกหายใจไม่ออก เจ็บซี่โครงด้านซ้าย ไข้สูงและไอ จุ๋มก็นึกว่าน่าจะเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจ ไม่คิดว่าเกี่ยวกับปอด ก็เลยพามาที่สถาบันโรคทรวงอก ตอนแรกก็ยังวินิจฉัยไม่ได้ว่าเป็นอะไร ตอนหลังมีการเอกซเรย์ปอดจึงพบว่าปอดขาวมาก มีอาการอักเสบติดเชื้อเป็นหนอง การรักษาในขั้นตอนแรกแพทย์ได้ทำการรักษาด้วยการเจาะปอดโดยต่อท่อสายยาง เพื่อดูดเอาหนองออก แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น จนแพทย์ตัดสินใจรักษาขั้นที่ 2คือ ฉีดยาเข้าปอด เป็นยาเฉพาะในการฆ่าเชื้อหนองชนิดนี้ อาการก็ไม่ดีขึ้นเช่นกันเพราะไข้ยังสูงอยู่ แพทย์จึงตัดสินใจใช้วิธีที่ 3คือ การผ่าตัด ตอนแรกจะส่องกล้อง แต่เนื่องจากในปอดของสามี มีพังผืดบางส่วนที่มารัดบริเวณปอด และพบว่าหนองมีความข้น และเหนียวมากกว่าปกติ อีกทั้งยังมีการอักเสบเรื้อรังของช่องบุปอด จึงต้องผ่าตัดใหญ่ โดยทางทีมแพทย์สถาบันโรคทรวงอกได้ล้างหนอง และลอกเยื่อหุ้มปอดที่อักเสบออก พบว่าสามารถล้างหนอง และลอกหนองออกได้ถึง 200ซีซี ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ป่วย 2รายที่ป่วยในลักษณะเดียวกันดูดหนองออกมาได้มากที่สุดแค่ 20ซีซี เท่านั้นจุ๋มยินดีที่จะให้นำเสนอเรื่องนี้ออกไป เพราะอยากให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับทุกคนจะได้รู้จักแบคทีเรียชนิดนี้ และดูแลสุขภาพช่องปากของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ตอนนี้อาการสามีเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่ยังต้องดูแลอาการใกล้ชิดวันต่อวันต่อไป

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 

บทความที่เกี่ยวข้อง
.

แบคทีเรียในช่องปาก ส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

โรคปริทันต์อักเสบ

 
Aquapick Oral Water Jet : เครื่องทำความสะอาดฟัน เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีสำหรับทุกคนในครอบครัว

 

BBetterCare to share...Share on Facebook2Share on Google+0Tweet about this on TwitterPin on Pinterest0