วิธีป้องกันและรักษาสิว

content-วิธีป้องกันและรักษาสิว

สิว Acnes
จัดเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง เกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย มักเป็นมากในวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาว บริเวณที่พบว่าเกิดสิวได้ง่ายคือ ที่หน้า หน้าอก แผ่นหลัง บางครั้งสิวอาจเกิดการอักเสบรุนแรงเป็นฝีหนอง และลุกลามมากขึ้นจนกลายเป็นแผล เป็นรอยดำ รอยบุ๋ม รอยนูน บางคนเกิดความกังวล และสูญเสียความมั่นใจในตนเองจากการเป็นสิว

สาเหตุเกิดสิว
1.ระบบฮอร์โมน เกิดจากการที่ฮอร์โมนกระตุ้นให้ต่อมไขมันโตขึ้น ประกอบกับการอุดตันของต่อมไขมัน และเชื้อแบคทีเรีย P.acnes บนผิวหนัง ทำให้เกิดสิว
2.พันธุกรรม คนที่มีบิดามารดาเป็นสิวมาก เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นมักมีแนวโน้มที่จะเป็นสิวมากเช่นกัน
3.สิ่งแวดล้อม การสัมผัส หรืออยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่มีมลพิษ เช่น ฝุ่นละออง ความร้อน แสงแดด ล้วนเป็นปัจจัยกระตุ้นการเกิดสิว
4.ความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจ การพักผ่อนไม่เพียงพอ การเจ็บป่วย ความวิตกกังวลต่างๆ
5.การใช้เครื่องสำอางบางชนิด เช่น การใช้ออยล์หรือครีมทาผื่นผสมตัวยาสเตียรอยด์ การใช้น้ำมันแต่งผม
6.การล้างหน้าบ่อยๆ อาจเกิดการระคายเคืองทำให้เป็นสิวได้
7.การรับประทานยาบางประเภท เช่น ฮอร์โมน อาหารไม่ใช่สาเหตุสำคัญในการกระตุ้นให้สิวเกิด แต่หากรับประทานอาหารชนิดใดแล้ว แน่ใจว่าเป็นสาเหตุก็ให้หลีกเลี่ยง

วิธีการป้องกันและรักษาสิว
การรักษาความสะอาดผิวหน้า ผิวกาย และเส้นผมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อชะล้างสิ่งสกปรกและความมันบนใบหน้า
อย่าเช็ดถูแรงฟ และไม่บีบหรือแกะสิว รวมทั้งการนวดหน้าหรือการขัดหน้า เพราะอาจทำให้สิวเกิดการอักเสบมากขึ้น และเกิดเป็นแผลเป็นได้ในภายหลัง
พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับให้สนิท ลดความเครียดทั้งร่างกายและจิตใจโดยหากิจกรรมผ่อนคลาย เช่น การออกกำลังกายย เป็นต้น
รับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ให้ครบทั้ง 5 หมู่ และดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ
หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางโดยไม่จำเป็น เช่น น้ำมันใส่ผม หรือครีมบำรุงผิวที่เพิ่มความมันบนใบหน้า ถ้าจำเป็นต้องใช้ควรเลือกที่เหมาะกับผิว หากแพ้ควรหยุดใช้ทันที

การรักษา
การรักษาสิว มีทั้งทายา ยารับประทาน การฉีดยาที่หัวสิวอักเสบ และการฉายแสง

ยาทาที่นิยมใช้มีอยู่ 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
ยาทาปฏิชีวนะประเภทอิริโทมัยซินและคลินดามัยซิน เพื่อใช้ลดปริมาณ P.acnes ในรูขุมขน
เบนซอยล์เปอร์ออกไซด์ เป็นกลุ่มที่ช่วยลดปริมาณของ P.acnes ที่รูขุมขน และช่วยละลายหัวสิว ยาทากลุ่มนี้มีหลายความเข้มข้น ความเข้มข้นสูงอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย
กรดวิตามินเอ ยากลุ่มนี้จะช่วยให้มีการหลุดลอกของหัวสิว ใช้ได้ดีในสิวชนิดไม่อักเสบ

ยารับประทานมี 3 กลุ่มใหญ่ๆ เช่นกันคือ ยาปฏิชีวนะ กรดวิตามินเอ และ ฮอร์โมน แต่การใช้ควรอยู่ในความควบคุมของแพทย์เท่านั้น

ยาฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์
ใช้ในผู้ป่วยที่เป็นสิวอักเสบรุนแรง สิวหัวช้าง โดยฉีดเข้าที่ตุ่มสิวจะทำให้สิวยุบเร็วขึ้น

การรักษาสิวโดยวิธีฉายแสง Photodynamic therapy เป็นการรักษาสิวโดยใช้สาร aminolevulinic acid ทาบริเวณสิวร่วมกับการฉายแสง visible light (แสงสีฟ้า) ใช้รักษาสิวอักเสบและสิวที่เกิดจากเชื้อดื้อยา และไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะ หรือในผู้ป่วยที่ไม่ต้องการทานยาปฏิชีวนะ โดยฉายแสง visible light อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เป็นเวลาติดต่อกันนาน 4 สัปดาห์ ข้อควรปฏิบัติหลังการฉายแสง คือ หลีกเลี่ยงแสงแดดและใช้ครีมกันแดด

 
บทความที่เกี่ยวข้อง
.

การปฏิบัติตนในการรักษาสิว

BBetterCare to share...Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on TwitterPin on Pinterest0