ฟันผุ

ปัญหาและการป้องกันฟันผุ
ฟันผุ

เกิดจากความผิดปกติของฟัน เช่นร่องฟันลึก จากเชื้อแบคทีเรียที่มีมากและย่อยอาหารพวกแป้งและน้ำตาล ทำให้เกิดกรดที่ไปทำลายที่ผิวฟัน จนเกิดเป็นรู และหากลามไปถึงรากฟันก็จะทำให้เกิดอาการปวดฟัน
ฟันของคนเราปรกติจะมีการ demineralization เป็นการที่แร่ฐาตุของผิวฟันถูกขับออก และมี remineralizatio หรือขบวนการเติมแร่ธาตุให้กับผิวฟันโดยแร่ธาตุที่อยู่ในน้ำลาย หากขบวนการเติมแร่มากกว่าขบวนการขับออกฟันฟันจะปรกติ เมื่อขบวนการละลายแร่ธาตุมากกว่าขบวนการสร้างก็จะเกิดฟันผุ ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียโดยเฉพาะเชื้อ Streptococcus mutan และ Lactobasillus ย่อยอาหารพวกคาร์โบไฮเดรต์ ทำให้เกิดกรดซึ่งจะทำลายผิวเคลือบฟัน ในรายที่เริมเป็นจะเห็นเป็นสีขาวขุ่นเล็ก ๆ ที่ผิวฟัน ในระยะนี้หากตรวจพบ และรักษาสุขอนามัยก็จะทำให้ผิวฟันกลับปกติ หากยังมีการละลายของผิวฟันต่อไปอีก ก็จะกลายเป็นสีน้ำตาลซึ่งหากยังไม่เป็นรูก็ยังสามารถกลับคืนสู่ปรกติได้ หากกลายเป็นรูก็จะคงรูปตลอด และหากไม่รักษาก็จะมีอาการปวดฟันจนกระทั่งฟันร่วง

ฟันผุต้องมีอาการปวดฟันหรือไม่
หากฟันผุเริ่มเป็นและมีการละลายผิวฟันชั้น Enamel หรือชั้น Dentin จะไม่มีอาการปวดจะเห็นเป็นรอยขาว หรืออาจจะออกสีน้ำตาล เมื่อฟันผุลงลึกถึงชั้น Pulp ซึ่งกดดูจะนิ่มถึงตอนนั้นจะมีการเสียวฟันเวลารับประทานของร้อนหรือเย็น และหากลามไปถึงรากฟัน ก็จะทำให้เกิดอาการปวดฟัน บางรายจะมาด้วยมีกลิ่นปาก

สาเหตุของฟันผุมีอะไรบ้าง
ปัจจัยที่จะทำให้เกิดฟันผุจะมีอยู่ 4 สาเหตุ จากฟัน แบคทีเรีย อาหาร และระยะเวลา
1. สาเหตุจากฟัน มีโรคฟันบางประเภทที่มีเกลือแร่ที่เนื้อฟันน้อยทำให้เกิดฟันผุได้ง่าย นอกจากนั้นผู้ที่มีร่องบนฟันมากหรือลึกก็จะเกิดฟันผุได้ง่าย และผู้ที่เป็นโรคเหงือกมีเหงือกร่นทำให้ Dentin สัมผัสสภาพในฟัน Dentin จะมีเกลือแร่เป็นองค์ประกอบน้อยกว่าผิวฟัน ซึ่งในสภาพปากปกติก็ทำให้เกิดฟันผุได้(ผิวฟันปรกติจะต้องมี pH<5.5 จึงจะเกิดฟันผุ)
2. เชื้อแบคทีเรีย ผู้ที่มีเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวข้างต้นหากมีมากที่คราบหินปูน หรือที่ร่องฟันมากก็จะทำให้เกิดฟันผุได้ง่าย

3. อาหาร อาหารแป้ง น้ำตาลจะถูกย่อยโดยเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดกรดซึ่งหากฟันสัมผัสกรดเป็นเวลานาน หรือบ่อย ผิวฟันก็จะสึกและผุ ดังนั้นจึงไม่ควรรับประทานอาหารจำพวกแป้งหรือน้ำตาลให้บ่อยมาก

4. ระยะเวลาที่ฟันเจอกับกรด ปรกติเมื่อทายอาหารแป้งและมีเศษอาหารเหลือ เชื้อแบคทีเรียจะย่อยสลายทำให้เกิดกรด และมีการละลายของผิวฟัน แต่ปริมาณน้ำลาย และเกลือแร่ในน้ำลายจะลดความเป็นกรดและเติมเกลือแร่ให้กับฟัน ดังนั้นหากรับประทานอาหารบ่อย หรือน้ำลายน้อยก็จะทำให้ฟันอยู่ในสภาพเป็นกรดนาน ฟันจะเสี่ยงต่อฟันผุได้

ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ได้แก่
– โรคประจำตัวที่ทำให้น้ำลายออกน้อยเช่น โรคเบาหวาน โรคเบาจืด
– ยาบางชนิดที่ทำให้น้ำลายลดลง เช่น ยาแก้แพ้ ยาแก้โรคซึมเศร้า
– การสูบบุหรี่จะเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดทั้งฟันผุ และโรคเหงือกอักเสบ

เราจะทราบได้อย่างไรว่ามีฟันผุ
เนื่องจากฟันผุในระยะแรกมักจะไม่มีอาการอะไร การที่จะรู้อาจจะต้องส่องกระจกหากพบเป็นรอยสีน้ำตาลแสดงว่ามีฟันผุ หรืออาจจะให้ทันตแพทย์ตรวจประจำปีซึ่งจะใช้เครื่องมือเหมือตะขอเกี่ยวดู ในบางรายอาจจะต้อง X-ray ฟันจึงจะทราบ สำหรับท่านที่มีกลิ่นปากไม่หาย ท่านจะต้องไปตรวจฟันและเหงือก

การป้องกันฟันผุ
• ดูแลเรื่องสุขอนามัยในช่องปาก ได้แก่การแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และการใช้ไหมขัดฟัน
• ปรับเปลี่ยนเรื่องอาหารหวานหรือจำพวกแป้ง น้ำตาล ขนมที่เหนียวติดฟัน เช่นลูกอมต่างๆ ลดความถี่ของการรับประทานของหวานระหว่างมื้อ ไม่กินจุบจิบ รวมถึงลดพวกเครื่องดื่มที่หวานๆ และเป็นกรด เช่นน้ำอัดลม น้ำหวาน ซึ่งจะทำให้ฟันอยู่ในสภาวะที่เป็นกรดนาน
• สำหรับเด็กไม่ควรจะให้อมหัวจุกนมจนหลับเพราะจะทำให้เกิดฟันผุ
• การให้แคลเซี่ยมและฟลูออไรด์ก็จะลดการเกิดฟันผุได้
• การใช้ ยาสีฟันโฟม(whitening toothfoam)ระหว่างวัน บ้วนปากหลังรับประทานอาหารเพียง 30 วินาทีจะช่วยลดการก่อตัวของแบคทีเรีย และขจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของฟันผุ พร้อมทั้งป้องกันกลิ่นปาก
• การใช้ เครื่องทำความสะอาดฟัน (Oral water Jet) หลังการแปรงฟันก่อนนอน จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างตามซอกฟัน และร่องเหงือก ทำให้เหงือกแข็งแรง ลดการสะสมของคราบอาหาร คราบแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุให้เกิดฟันผุ

การรักษาฟันผุ : ขึ้นกับความลึกและโครงสร้างของฟันถูกทำลายไปมากน้อยแค่ไหนซึ่งขึ้นกับทันตแพทย์จะพิจารณา

 

บทความที่เกี่ยวข้อง
.

วัยทำงานฟันผุจนต้องถอนฟันถึง 26%

แบคทีเรียในช่องปาก ส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

 
Aquapick Oral Water Jet : เครื่องทำความสะอาดฟัน เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีสำหรับทุกคนในครอบครัว

 

BBetterCare to share...Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on TwitterPin on Pinterest0